ทำไมบางคนต้องมีการผ่าตัดขากรรไกร

     ความผิดปกติของผู้ป่วยในส่วนของโครงสร้างขากรรไกร ฟัน และโครงสร้างใบหน้านั้นมีได้ตั้งแต่ระดับน้อยที่สุด ระดับปานกลาง ไปจนถึงระดับที่มีความรุนแรงสูงสุด ซึ่งในกรณีที่มีความผิดปกติมาก การจัดฟันเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องอาศัยการรักษาอื่นเข้าช่วย หนึ่งในนั้นก็คือการผ่าตัดขากรรไกร

     การผ่าตัดขากรรไกรจะมีทั้งการผ่าตัดขากรรไกรบนอย่างเดียว การผ่าตัดขากรรไกรล่างอย่างเดียว หรือการผ่าตัดขากรรไกรทั้งบนและล่างร่วมกันก็ได้ โดยทั่วไปการรักษาจะแบ่งออกได้เป็น 5 ระยะ

 

1. การรักษาทางทันตกรรมทั่วไปก่อนการจัดฟัน (Introductory treatment)

 ได้แก่ การรักษาทางทันตกรรมต่างๆ เพื่อให้พร้อมต่อการรักษาในขั้นตอนต่อไป เช่น การทำความทำความสะอาดฟันโดยการขูดหินปูน การอุดฟัน การถอนฟันกรามที่คุดอยู่ การถ่ายภาพรังสีเพื่อวางแผนการรักษา 


 

2.การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันก่อนการผ่าตัด (Presurgical orthodontic treatment)

การรักษาในช่วงนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความสวยงาม ของใบหน้าแต่อย่างใดแต่เป็นการปรับตำแหน่งของฟันในกระดูกขากรรไกรเพื่อให้ตำแหน่งของฟันซี่ต่างๆอยู่ในตำแหน่งที่ปกติ ในบางครั้งคนไข้จะรู้สึกว่าความผิดปกตินั้นมีความรุนแรงมากขึ้น  ยกตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยที่มีขากรรไกรล่างยื่นมักจะมีฟันหน้าบนยื่น และฟันหน้าล่างหุบมากกว่าปกติ

เนื่องจากฟันมีการปรับตัวให้เกิดความสมดุลจากการที่ขากรรไกรล่างยื่นไปข้างหน้ามากเกินไป เมื่อผู้ป่วยได้รับการจัดฟันในช่วงแรกนี้ จะต้องมีการปรับตำแหน่งของฟันหน้าบนให้หุบเข้า และฟันหน้าล่างให้ยื่นออกเพื่อให้มีการเอียงตัวของฟันตามปกติ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าใบหน้าส่วนล่างจะยื่นมากกว่าก่อนการจัดฟันเสียอีก ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะแก้ไขในขั้นตอนการผ่าตัดโดยการเลื่อนขากรรไกรล่างเข้าไปทางด้านหลัง การจัดฟันในขั้นตอนนี้โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1 ปี 
 

3.การผ่าตัดกระดูกขากรรไกร (Surgical procedure) 

เป็นขั้นตอนการผ่าตัดภายหลังจากปรับตำแหน่งของฟันให้อยู่ในระดับปกติแล้ว อาจเป็นการผ่าตัดเฉพาะขากรรไกรล่างหรือบนอย่างเดียวหรือทั้งบนและล่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของความผิดปกติ การผ่าตัดจะกระทำภายใต้การดมยาสลบและผ่าจากในช่องปาก ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นให้เห็นจากภายนอก แต่จะต้องใช้ลวดมัดฟันบนและล่างเพื่อให้ขากรรไกรเข้าที่ประมาณ 7-10 วัน ผู้ป่วยต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลภายหลังจากการผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งมักไม่มีปัญหาอะไรหากผู้รับการรักษามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงดี 

 

4.การรักษาทางทันตกรรมจัดฟันหลังการผ่าตัด (Postsurgical orthodontic treatment)

เป็นการปรับตำแหน่งของฟันอีกครั้งเพื่อให้ฟันเข้าที่และปรับการสบฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน หลังการถอดเครื่องมือจัดฟันออกแล้วจำเป็นต้องใส่เครื่องมือคงสภาพชนิดถอดได้ต่ออีกประมาณ 6 เดือนเพื่อให้การสบฟันถูกต้องและสมดุลย์ 
 

 

5.การรักษาทางทันตกรรมทั่วไปภายหลังการจัดฟัน (Definitive treatment) 


เป็นการรักษาเล็กๆ น้อยๆ ภายหลังจากจัดฟันเสร็จแล้ว เช่นการอุดฟัน ใส่ฟัน รักษาโรคเหงือกรวมถึงการตรวจสุขภาพฟัน เคลือบฟลูออไรด์ประจำปี เป็นต้น